แนวทางการเรียนแบบ TINGLY ENGLISH คืออะไร

จากประสบการณ์การเป็นทั้งผู้เรียนและผู้สอน พี่ติงลี่เห็นปัญหาของเด็กไทย และเข้าใจ พร้อมรู้วิธีแก้ปัญหาให้ได้ตรงจุด

  1. เด็กไทย ไม่ชอบท่องจำ เราเบื่อการท่องจำ พี่ก็เคยเป็นเด็กนักเรียนที่ถูกบังคับให้ท่องจำ ถ้าไม่ทำ ก็สอบไม่ได้ ในการเรียนแบบ TINGLY ENGLISH เรามี keyword คือ REPEAT ไม่ท่อง แต่ย้ำ ทำซ้ำ เห็นบ่อยๆ เพราะตามหลักการ ถ้าเราเห็นบ่อยๆ เราจะซึมซับ และจำได้แบบไม่ต้องท่องเลย

  2. การเรียนภาษาอังกฤษที่ใช้ทั้งสอบได้ และเป็นพื้นฐานในการใช้จริงได้ ต้องเน้น 3 ส่วนเบื้องต้น Grammar หลักภาษาที่สำคัญ Vocabulary คำศัพท์ที่ต้องเจอต้องใช้บ่อยๆ Pronunciation การออกเสียงที่ถูกต้อง ง่าย และคนไทยก็ทำได้ สุดท้ายมาเน้น Reading การอ่าน เพื่อการเรียนขั้นสูง หรือการทำงานต่อไป

  3. Learning is fun สนุกเรียน สนุกรู้ ภาษาอังกฤษ เรียนง่าย เข้าใจ ใช้เป็น การเรียนภาษาอังกฤษกับ TINGLY ENGLISH เน้นการเรียนที่ฝึกให้ผู้เรียนใช้ภาษาจากสิ่งใกล้ตัว เห็นบ่อยๆ จากสิ่งรอบข้าง เน้นว่าการเรียนภาษาอยู่รอบตัวเรา ในชีวิตประจำวัน ในการทำงาน

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อได้เรียนกับ   Tingly English 

คือ “ความสนุก” และการได้ใช้ภาษาจริงๆ เพราะการเรียนภาษาที่ดีนั้น ไม่ได้ใช้แค่สอบ แต่ต้องตอบโจทย์เมื่อใช้งานด้วย

ถึงคุณพ่อคุณแม่    ที่กำลังหาคอร์สเรียนออนไลน์ให้กับน้องๆ นะคะ สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึงมี 3 อย่าง คือ

  1. ผู้สอน ถ้าลูกเราต้องเรียนวิชาการกับใคร สิ่งแรกที่ต้องมั่นใจคือผู้สอนนั้นคือผู็เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ หรือไม่ เพราะการเรียนที่ผิดจากครูที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้ลูกได้รับความรู้ผิดๆ ไปและจะส่งผลเสียเมื่อเขาต้องเรียนในระดับสูงมากขึ้น
  2. ลักษณะคอร์สเรียนที่แบ่งเป็นตอนสั้นๆ chunk เพราะการเรียนบนหน้าจอนั้นไม่เหมือนกับเรียนในห้อง การเรียนด้วยตัวเองจากสื่ออาจจะทำให้น้องเบื่อ เมื่อยล้า การออกแบบบทเรียนให้เหมาะสม Learning plan design จะช่วยให้น้องเรียนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. วิชาภาษาอังกฤษคือวิชาที่สำคัญที่สุด ในอนาคต คนที่รู้ภาษาอังกฤษจะมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ ที่จบมาในสาขาวิชาเดียวกัน น้องๆ ตอนนี้จะไม่รู้ถึงความสำคัญของวิชานี้สักเท่าไหร่ เรียนแค่ให้ผ่านๆ ไปเหมือนวิชาหนึ่ง แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอนเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญ และต้องให้น้องได้เจอได้ใช้อยู่เสมอ เพราะการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ไม่ใช่การท่องจำทฤษฎี แต่มาจากการเห็นบ่อยๆ

Hidden cost  ค่าใช้จ่ายแฝง…สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องคิดถ้าจะให้ลูกออกไปเรียนพิเศษ

การออกไปเรียนพิเศษข้างนอก ถึงราคาคอร์สจะไม่แพง แต่เมื่อต้องออกจากบ้าน เคยคิดบ้างไหมว่ามีค่าใช้จ่ายอื่น ๆแอบแฝงอยู่ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าขนม และถ้าเดินผ่านร้านขายของต่าง ๆ ไม่ว่าในห้าง หรือริมทางเดิน ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะแวะสักกี่ร้าน ดังนั้นการเรียนอยู่ที่บ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มาก ในแต่ละครั้งที่ออกไป hidden costอาจจะตั้งแต่หลักร้อยหรือเกือบถึงหลักพัน กว่าจะจบคอร์ส ค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมๆแพงกว่าค่าคอร์สอีก นอกจากนี้ ยังไม่พูดถึงเรื่องอันตรายที่อยู่นอกบ้าน เช่น การฉกชิงวิ่งราวตามที่เราได้ยินข่าวบ่อย ๆ หรือในช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ก็ทำให้ผู้ปกครองเป็นห่วงน้อง ๆ ไม่น้อย ดังนั้นปัจจุบันนี้ การเรียนด้วยตัวเองที่บ้านจึงเป็นคำตอบสุดท้าย ที่ตอบโจทย์เราทุกคนในยุคนี้

Self-Learning   เรียนเองได้ เก่งไม่แพ้ใครในโลก

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ควรส่งเสริมให้ลูกของเราสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองที่บ้านได้ ผู้ปกครองสามารถช่วยกำหนดเวลาเรียนให้เด็ก ๆ อาจจะเป็นสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง หรือจะเป็นวันละ 1 ชั่วโมงก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคน การเรียนด้วยตัวเองนั้นมีประโยชน์มาก อย่างเช่น ในระดับมหาวิทยาลัย การเรียนด้วยตัวเองถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการเรียนในห้องเรียนนั้นส่วนใหญ่อาจารย์จะเข้ามา assign ให้นักศึกษาไปอ่านงาน เพราะไม่สามารถมาอ่านพร้อมกันในห้องได้ทันทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องกลับมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น การเรียนด้วยตัวเองจึงเป็นพื้นฐานการเรียนระดับสูง เด็กไทยควรฝึกการเรียนด้วยตัวเองเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย จะได้รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น การศึกษาทั่วโลกนั้นเน้นให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง แล้วศึกษาในสิ่งที่ตัวเองสนใจ เพราะฉะนั้นเด็กไทยควรที่จะสามารถศึกษาด้วยตนเองให้ได้ ไม่ใช่รอให้ครูอาจารย์มาป้อนให้อย่างเดียว